ดื่มน้ำสายธารเดียวกัน ร่วมมือกันก้าวสู่อนาคต------ ประเทศภาคีลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ร่วมเปิดศักราชใหม่แห่งความร่วมมือทศวรรษหน้า

lmcchina.org, September 03, 2026
Size:

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม กิจกรรม “พบปะ·เรียนรู้— เสวนาต้นน้ำความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง” ได้เปิดฉากขึ้น ณ นครซีหนิง มณฑลชิงไห่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการริเริ่มกลไกความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง บรรดาแขกผู้มีเกียรติจากประเทศภาคีลุ่มแม่น้ำโขงได้มารวมตัวกัน ณ ต้นน้ำของแม่น้ำล้านช้าง ร่วมเสวนาอย่างลึกซึ้งใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ “ความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม การอนุรักษ์นิเวศน์ต้นน้ำ และการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมต้นน้ำ” พร้อมหวนทบทวนเส้นทางความร่วมมือตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และร่วมกันมองอนาคตแห่งการพัฒนาในระยะต่อไป

ในการเสวนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม ผู้ร่วมงานมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศภาคีลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศมีความโดดเด่นทางทรัพยากรที่แตกต่างกัน มีจุดแข็งที่เกื้อหนุนกันในด้านตลาด ประชากร และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ สามารถร่วมมือกันในสาขาต่าง  ๆ ทางเศรษฐกิจ ช่วยผลักดันให้เกิดความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน มีศักยภาพในด้านการพัฒนาระดับภูมิภาคสูงมาก

นายสนธิ ลิ้มรัตนดิลกนาถกิจ ประธานสมาคมเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่า ควรให้ความสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นความสัมพันธ์ทางการค้าที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ความร่วมมือด้านการลงทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายทิฟ โสเพียส รองอธิบดีกรมบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองแห่งชาติ กระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชา กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรก้าวข้ามโครงการเดี่ยว ๆ และมองแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันเพื่อบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ป่าต้นน้ำ ลำน้ำสาขา พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ราบน้ำท่วมถึง ป่าท่วมน้ำ ไปจนถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

นายคำหง ตุ่นาลม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมและหมอกควัน สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและนิเวศวิทยา กระทรวงเกษตรและป่าไม้แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า การเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนทางการเงิน มีความหมายอย่างยิ่งต่อการยกระดับขีดความสามารถการร่วมกันของลุ่มแม่น้ำโขงในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในพิธีเปิด นักแสดงที่สวมใส่ชุดประจำชาติของทั้ง 6 ประเทศได้ร่วมแสดงนาฏศิลป์

เต็ง ถิ คั่ญ หัวหน้าแผนกข่าวสาร สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเวียดนาม กล่าวว่า ความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสถาบันเป็นรากฐานของความร่วมมือระดับภูมิภาค แต่หากต้องการให้เกิดความผูกพันที่ยั่งยืนและแน่นแฟ้น จำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้าใจในคุณค่าทางวัฒนธรรมของกันและกันให้มากขึ้น

นายออง อ่อง เกียว ผู้อำนวยการกองพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและแห่งชาติ กรมโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเมียนมา กล่าวว่า เมียนมามีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมอันอุดมสมบูรณ์ และหวังที่จะร่วมมือกับจีนและประเทศภาคีลุ่มแม่น้ำโขงอื่น ๆ อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม

นายเสิ่นหยาง อดีตวิศวกรรองของสถาบันวิจัยมรดกวัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ระบุว่า ประเทศภาคีทั้ง 6 สามารถดำเนินการวิจัยสหวิทยาการร่วมกันในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรมทั้งรูปธรรมและนามธรรม รวมถึงทัศนียภาพทางธรรมชาติ และบนพื้นฐานนี้สามารถสำรวจการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกร่วมกัน เพื่อขยายขอบเขตและความลึกซึ้งของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมมากขึ้น

จาก “การดื่มน้ำสายธารเดียวกัน” สู่ “ความก้าวหน้าหลากหลายมิติ” ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงไม่เพียงแต่ทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศภาคีทั้ง 6 แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีและมิตรภาพระหว่างประชาชนริมฝั่งแม่น้ำให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พิธีลงนาม

ในระหว่างกิจกรรม ประเทศภาคีทั้ง 6 ยังได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับในด้านกีฬา เมืองที่เป็นมิตร และสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตและความลึกซึ้งของความร่วมมือระดับภูมิภาคให้กว้างขึ้นอีกด้วย ภายใต้หัวข้อ “พบปะ·เรียนรู้” ยังได้จัดการแสดงเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง การเสวนาเยาวชน นิทรรศการภาพถ่ายฝีมือเยี่ยม เป็นต้น เพื่อเป็นเวทีที่หลากหลายยิ่งขึ้นในการเสริมสร้างความเข้าใจและกระชับมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้ง 6 ประเทศ