
ในภูมิทัศน์ระหว่างประเทศแห่งศตวรรษที่ 21 จีนได้กลายเป็นพลังสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งยวด เบื้องหลังการเร่งยกระดับคุณภาพการพัฒนาประเทศ พรรคผู้ปกครองของจีนและผู้นำของพรรคได้ยึดถือ “แนวคิดผลงานที่ถูกต้อง” และ “ขีดความสามารถในการบริหารที่เป็นเลิศ” เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยรูปแบบการบริหารที่หยั่งรากในประเพณีทางประวัติศาสตร์และผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่และวิสัยทัศน์ระดับโลก ก่อรูปเป็นรูปแบบการบริหารประเทศแบบ “ความทันสมัยแบบจีน”
จากการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องรวมถึงงานเขียนของผู้นำจีน สี จิ้นผิงพบว่า นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 เป็นต้นมา คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มี สี จิ้นผิง เป็นแกนกลาง ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยึดถือและปฏิบัติตามแนวคิดผลงานที่ถูกต้อง หนังสือ “รวมบทความคำกล่าวของ สี จิ้นผิงว่าด้วยการยึดถือและปฏิบัติตามแนวคิดผลงานที่ถูกต้อง” ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ได้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจของผู้เขียนต่อแนวคิดใหม่เหล่านี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้ได้คัดสรรคำกล่าวจำนวน 253 ตอน จากสุนทรพจน์สำคัญมากกว่า 150 ครั้งของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน ระหว่างปี 2012 - 2026 ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาและอ้างอิง
ตามปรัชญาการบริหารของ สี จิ้นผิง มีแก่นแท้สำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนอยู่ที่ “การยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งประกอบด้วยเสาหลักสำคัญ 4 ประการของข้อกำหนดโดยรวมในการศึกษาและปฏิบัติตามแนวคิดผลงานที่ถูกต้อง ได้แก่
1. ยึดมั่นในการก่อตั้งพรรคเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริหารประเทศเพื่อประชาชน ทำให้มั่นใจว่าผลประโยชน์สาธารณะอยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนบุคคล และรับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจ 2. มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่ประชาชน เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และต่อต้านลัทธิพิธีการ 3. ยึดมั่นการตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผล: รับมือกับความท้าทายในยุคใหม่อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล และตัดสินใจอย่างมีตรรกะ 4. ยึดมั่นการลงมือทำอย่างจริงจัง การวางแผนต้องหลีกเลี่ยงความฉาบฉวย และต้องมุ่งสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในระดับรากฐาน
แนวทางเหล่านี้ กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องวางผลประโยชน์ของพรรคและประชาชนไว้เหนือผลประโยชน์ส่วนบุคคล คิดอย่างเป็นระบบ และสร้างประเทศด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียง “ผลงานลวงตา” สิ่งนี้ไม่เพียงวางรากฐานให้กับการยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบบริหารโดยรวมเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเสาหลักของการพัฒนาประเทศจีนอีกด้วย